• เกอิชา

    วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงไป

    วิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไปเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามา

    ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวอยากไปเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นในแต่ละปี ชาวญี่ปุ่นจะต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีหลังมานี้ มียอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นมากหลายเท่า มองในมุมหนึ่งก็อาจจะเป็นสิ่งดี ที่จะทำให้ประเทศมีรายรับเพิ่มมากขึ้น แต่ในมุมมองของประชาชนผู้อยู่อาศัยที่ประเทศญี่ปุ่น ที่เคยอาศัยกันแบบช้าๆ ทุกอย่างดูเป็นแบบแผน ก็กำลังถูกรบกวนจากชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน

    เกียวโตหนักหน่อย

    สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างเกียวโต ก็เป็นเมืองหลักที่ชาวญี่ปุ่น ถูกรบกวนการใช้ชีวิต อันตามปกติที่พวกเขาเคยเป็น ทั้งในด้านการเดินทาง ที่ปกติชาวญี่ปุ่นจะใช้รถเมล์ ที่ให้บริการในเมือง ในปัจจุบันชาวเมืองก็ใช้บริการรถเมล์ไม่ค่อยจะได้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มา มีมากกว่าจำนวนรถเมล์ที่คอยให้บริการ

    การเดินทางไปไหนมาไหนก็ลำบากมากขึ้น เนื่องจากถนนหนทางทุกแห่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งผลกระทบนี้ ค่อนข้างจะมีผลมากโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ทำให้ไม่สามารถขึ้นรถเมล์ไปไหนมาไหนได้เหมือนแต่ก่อน

    กั้นเกอิชาไว้ เพื่อขอถ่ายรูป

    เกียวโต-ญี่ปุ่น

    และด้วยชาวญี่ปุ่น ยังคงอนุรักษ์ชุดประจำชาติ มีการสวมใส่ชุดกิโมโน ในวันที่สำคัญต่างๆ จึงทำให้เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ บางครั้งก็จะมีการเข้าไปขอถ่ายรูป พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติบางคน หรือบางกลุ่ม ก็ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ถึงขนาดกั้นไม่ให้เกอิชาผ่าน เพื่อจะได้เข้าไปขอถ่ายรูปกับเธอ บางคนก็มีการถอดเครื่องประดับผม ของเกอิชา ออกมาดู มาเล่นสนุกกันด้วย

    ในทางกลับกัน ก็มีประชาชนบางส่วน ที่ยอมให้บ้านพักของตัวเอง นำมาปล่อยเช่าให้แก่นักท่องเที่ยวเสียเลย ซึ่งก็กลายเป็นกระทบกับเพื่อนบ้าน เพราะบางครั้งก็มีเสียงรบกวนจากนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งก็เกิดจากความไม่เข้าใจ ในวัฒนธรรม และวิถีชีวิตในแบบญี่ปุ่นนั้นเอง

    ในปัจจุบัน ญี่ปุ่นเองก็ได้มีความพยายาม ที่จะประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอื่นๆ ๆเพื่อให้นักท่องเที่ยวไม่กระจุกตัวรวมกัน อยู่ในท้องที่เดียว ซึ่งจะทำให้กระทบกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ ของประชาชนในท้องที่นั้นๆ อีกทั้งยังมีการออกกฎหมายด้านภาษีโรงแรม เพื่อควบคุมการปล่อยบ้านเช่า ให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

    สำหรับเราคนไทย เวลาที่จะไปเที่ยวที่ต่างประเทศ ไม่ได้แต่เฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เราก็ควรที่จะศึกษาถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมถึงกฎเกณฑ์ข้อห้ามต่างๆ ของประเทศที่เราจะไปท่องเที่ยวไว้บ้าง เพื่อที่เราจะได้เป็นนักท่องเที่ยวที่ดี และช่วยสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับประเทศไทยด้วย

  • เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

    จะเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง โดยไม่ต้องไปเข้าคอร์สเรียนแพง ๆ ได้ไหม

    เรียนภาษาอังกฤษแบบโลว์คอร์ส ต้องทำยังไงบ้าง

    แม้เราจะทราบดีว่า ภาษาอังกฤษมีความจำเป็นและมีความสำคัญเพียงใด แต่บางครั้งสถานการณ์ทางการเงิน ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราไปเรียนภาษาอังกฤษ ตามคอร์สเรียนต่างๆ ที่มีราคาค่อนข้างแพง ส่วนถ้าจะเลือกเรียนตัวต่อตัวกับอาจารย์ภาษาอังกฤษ ที่เป็นชาวต่างชาติโดยตรง ก็ยิ่งไม่มีหวังไปใหญ่

    ต้องบอกว่ามีคนส่วนน้อย ที่สามารถเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง จนถึงระดับที่พูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว วันนี้เราได้รวบรวมแนวทางดีๆ ที่คนเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง จนประสบความสำเร็จ ได้นำมาเผยแพร่กัน ทางจากทาง Pantip  และเว็บไซต์ dek-d จะมีวิธีไหนที่เราควรทำ เพื่อให้สามารถเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองได้บ้าง ไปลองดูกันได้เลย

    1. ฝึกอ่านภาษาอังกฤษให้บ่อย

    วิธีการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่มีประสิทธิภาพ มักจะเริ่มจากการอ่านภาษาอังกฤษ อ่านจนชอบ อ่านจนเข้าใจ โดยในระยะเริ่มต้น อาจจะเริ่มอ่านจากวรรณกรรมของเด็กๆ ที่มีการใช้ภาษาไม่ยากมาก ค่อยๆอ่าน หลายๆครั้ง จนสามารถจดจำรูปประโยค คำศัพท์ ไวยากรณ์พื้นฐาน และก็ค่อยๆขยับอ่านหนังสือ ที่มีจำนวนหน้ามากขึ้น โดยอาจจะเป็นวรรณกรรมที่ดังๆทั้งหลาย อย่างเช่นเรื่อง Harry Potter  ก็เป็นวรรณกรรมสำหรับคนเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ที่มีคนนิยมอ่านกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

    2. เลือกอ่านเรื่องที่เราสนใจก่อน

    การเรียนภาษาอังกฤษที่ได้ผลนั้น สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือทัศนคติ ต่อวิชาภาษาอังกฤษ คนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาอังกฤษแล้วไม่ได้ผล ก็เนื่องมาจากคิดว่ามันยาก เห็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษแล้วไม่อยากอ่าน

    ดังนั้นในการเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ควรจะเริ่มอ่านจากเรื่องที่เราสนใจ ซึ่งถ้าคุณเป็นคนชอบอ่านวรรณกรรมเด็กๆ บอกเลยว่าสบาย เพราะว่ามีหนังสือมาให้คุณอ่านเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แต่ถ้าคุณไม่ค่อยชอบวรรณกรรมเท่าไหร่ ก็อาจจะเลือกเรื่องที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ เกม ความงาม ฯ ซึ่งปัจจุบัน คุณก็สามารถตามอ่านข่าวที่คุณชื่นชอบ ได้ตามเว็บไซต์ โดยอาจจะปริ้นออกมา และค่อยๆทำความเข้าใจไปทีละหัวข้อที่คุณสนใจ เมื่อใช้วิธีแบบนี้สม่ำเสมอ ก็จะทำให้สกิลภาษาอังกฤษของคุณพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

    3. ดูหนังฝรั่งแล้วพูดตาม

    วิธีคลาสสิค ที่สร้างคนให้ประสบความสำเร็จทางด้านภาษาอังกฤษกันมานักต่อนัก ก็คือการดูหนังฝรั่ง ซีรีย์ฝรั่ง แล้วพยายามพูดตาม คุณแทบจะไม่ต้องไปสนใจ subtitle   แค่เพียงฟังและพูด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สกิลภาษาอังกฤษของคุณจะพัฒนาขึ้นมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยทีเดียว

    4.  Application ก็ช่วยได้

    เดี๋ยวนี้โลกได้พัฒนาไปมากแล้ว ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่น ที่ให้คุณหัดพูดภาษาอังกฤษ โดยตัวระบบ จะมีคะแนนบอกไว้ว่า คุณพูดภาษาอังกฤษถูกต้องหรือไม่ด้วย ถ้าสนใจก็สามารถ ลอง search คำว่า “Speak” รับรองว่าคุณจะต้องติดใจอย่างแน่นอน

    5. เรียนรู้คำศัพท์ของสิ่งรอบตัวเป็นภาษาอังกฤษ

    คุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของสิ่งเหล่านี้ไหม

    • ราวตากผ้า
    • ผ้าม่าน
    • โคมไฟ
    • กรรไกรตัดเล็บ
    • ยาสระผม
    • ช้อน ส้อม จาน ชาม

    เชื่อว่าหลายๆคนไม่สามารถตอบได้ทุกข้อ เพราะว่าเวลาที่เราเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนนั้น คำศัพท์ส่วนใหญ่ที่จะสอน ก็จะเป็นคำสั่งที่ยากมากกว่านี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้ว เรากลับไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษสำหรับสิ่งของ อาหาร เครื่องดื่ม ที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันกันสักเท่าไหร่เลย ดังนั้น คุณอาจจะลองลิสรายชื่อ สิ่งของใกล้ตัวต่างๆ แล้วแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษ พยายามสร้างรูปประโยค จากสิ่งของใกล้ตัวเหล่านี้

    ที่กล่าวมานี้ เป็นแค่เพียงวิธีพื้นฐาน ที่คนที่ประสบความสำเร็จในด้านภาษาอังกฤษ โดยการศึกษาด้วยตนเอง มักจะใช้กัน แต่ว่าแต่ละคนก็จะมีแนวทางอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไปตามความถนัดของแต่ละคนอีกด้วย จึงไม่ได้นำมาพูดถึงในครั้งนี้ ซึ่งสำหรับรายละเอียด และวิธีการต่างๆ เพื่อน ๆ ก็สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ pantip  ซึ่งจะมีกระทู้ แนวทางการศึกษาวิชาภาษาอังกฤษดีๆอยู่มากมาย

     

     

  • ภาษาอังกฤษ-ความจำเป็นที่ต้องเรียน

    เหตุผลดีๆ ที่เราควรเรียนภาษาอังกฤษ

    เหตุผลที่เราต้องเรียนภาษาอังกฤษ

    เพื่อนๆเคยถามตัวเองกันไหมว่า ทำไมเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็มีเป้าหมายที่ซื่อตรง มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งตั้งแต่ยังเด็ก อาจจะเพราะว่ามีความชอบ หรือว่าเป็นวิชาที่ตัวเองทำได้ดี ก็เลยชอบเรียน แต่ที่พูดนั้นคือคนส่วนน้อยของโรงเรียน ใช่ไหมล่ะครับ สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว แค่เห็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษ เรียงกันเป็นตับ ก็เดินหนีไม่อยากจะอ่านแล้ว

    สำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นการเติมแรงบันดาลใจ สำหรับคนที่กำลังท้อถอย และคิดอยากจะล้มเลิก ว่าทำไมเราจึงต้องอดทนเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งๆ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรในวันข้างหน้ากัน

    1. ความรู้ไร้ขีดจำกัด

    รู้ไหมว่า เมื่อเราพ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว การจะศึกษาหรือว่าเรียนวิชาอะไรเพิ่มเติมแต่ละอย่าง มันช่างแพงแสนแพง คอร์สเรียนนึง ก็ต้องมี 4 ถึง 5,000  ยิ่งถ้าบอกว่าเป็นวิชาที่ต้องใช้ประกอบอาชีพด้วยแล้ว ก็ยิ่งแพงมากขึ้นเป็นเท่าตัว

    ทั้งๆที่บนโลกอินเตอร์เน็ต มีความรู้เหล่านี้ สอนกันฟรีๆอยู่มากมาย หรือแม้ถ้าจะต้องเสียเงิน ก็ไม่ได้เสียเงินในราคาแพงหูฉี่ เหมือนกับที่ไปเรียนคอร์สภาษาไทย อย่างเช่นเว็บไซต์ Udemy ก็เป็นเว็บไซต์ที่มีความรู้อยู่บ้างไหม ทำให้เรื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์  graphic designer  ซึ่งแต่ละคอร์สเรียนก็จะมีราคาแค่ 300-400 บาทเท่านั้น และนี่ก็เป็นเหตุผลข้อหนึ่ง ที่ทำให้เราต้องพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤษไว้ ถ้ายิงระดับฟังฝรั่งออก บอกเลยว่าสบายแน่

    2. เป็นฟรีแลนซ์รับแปลเอกสารก็ได้

    ไม่ว่าคุณจะจบสาขาอะไรก็ตาม แค่เพียงคุณมีสกิลภาษาอังกฤษติดตัว วันหนึ่งที่คุณตกงาน คุณก็สามารถติดต่อบริษัทแปลภาษา เพื่อรับแปลเอกสารภาษาอังกฤษ ยิ่งเฉพาะถ้าคุณเก่งภาษาอังกฤษในระดับที่เขียนได้ ค่าแปลภาษาไทยเป็นอังกฤษ ก็จะแพงขึ้น แล้วสำหรับรายได้ก็ไม่ต้องห่วง มันพอที่จะเลี้ยงชีพคุณได้อย่างสบายๆ โดยแม้คุณไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเลยก็ตาม ซึ่งอัตราค่าแปลภาษาอังกฤษก็ไม่น้อยเลยทีเดียว > จากเว็บรับแปลเอกสารที่เปิดให้บริการกันอยู่ทั่วไป ก็จะมีค่าแปลสูงอยู่ที่ 200-400 บาทต่อหน้า

    3. ไปเที่ยวแบบไร้พรมแดน

    ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ภาษาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด ถึงแม้คุณจะบอกว่าคุณใช้ภาษามือได้ดี แต่จะไม่ดีกว่าหรอ ที่คุณสามารถสื่อสารเป็นคำพูดกับคนทั่วโลกได้ รวมทั้งคุณอาจจะยังได้เพื่อนใหม่ๆ ในทุกๆที่ที่คุณเดินทางไป

    4. วันข้างหน้าคุณอาจจะต้องซื้อขายกับฝรั่ง

    ขนาดทุเรียนไทย ยังส่งไปขายถึงทั่วโลก ในวันนี้คุณอาจจะเป็นเจ้าของสวนทุเรียน ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นแค่คนไทย แต่จะดีกว่าไหม ถ้าคุณรู้ภาษาอังกฤษและสามารถติดต่อซื้อขาย ส่งออกทุเรียนไปที่ต่างประเทศ ซึ่งแจ็คหม่า ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า กำลังซื้อจากทั่วโลกนั้น มันสูงมากแค่ไหน

    5. เรียนภาษาแล้วช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

    มีงานวิจัยหลายชิ้น ที่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า คนที่เรียนภาษาอยู่ตลอดเวลา จะช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ มากกว่า 50%  และนอกจากนี้ยังทำให้เป็นคนมีความจำดี ไม่ขี้หลงขี้ลืม เส้นไยเล็กๆในสมอง ก็แตกสายออกไป มากกว่าคนที่ไม่เรียนภาษา ซึ่งจะทำให้คุณมีสกิลในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เร็วกว่าชาวบ้านเค้า แม้จะอายุมากแล้วก็ตาม

     

  • อ่านภาษาอังกฤษให้เก่ง

    เคล็ดลับการอ่านภาษาอังกฤษให้เก่ง ที่คุณไม่ควรพลาด

    ทุกวันนี้ไม่ว่าอะไรก็เป็นภาษาอังกฤษไปเสียหมด โดยเฉพาะหนังสือ หรือความรู้ใหม่ๆ ก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้น ดังนั้นแล้วถ้าหากเราอ่านภาษาอังกฤษไม่เก่ง ต้องรอแต่ฉบับแปลไทยอย่างเดียว ก็จะทำให้เสียโอกาสในการเรียนรู้ไปมากมาย ดังนั้นแล้ว

    วันนี้เราก็เลยได้นำวิธีการอ่านภาษาอังกฤษให้แตก ทำอย่างไรให้เข้าใจได้ง่าย ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ ก็มีคนนำไปใช้กันอยู่มากมาย แล้วก็เป็นพื้นฐานที่ดีที่จะทำให้ ไม่กลัวหนังสือภาษาอังกฤษอีกต่อไป จะมีอะไรบ้างนั้นเราลองไปดูกัน

    1. ต้องเริ่มอ่านจากหนังสือง่ายๆก่อน

    ทุกอย่างต้องเริ่มจาก 1  การเรียนภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้เราจะเรียนภาษาอังกฤษกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อถึงวันที่เราต้องกลับมาสนใจภาษาอังกฤษอีกครั้ง เราก็ควรที่จะเริ่มต้นจาก 1 จากหนังสือง่ายๆ อาจจะเป็นหนังสือวรรณกรรมของเด็กๆ ระดับชั้นประถม หรือมัธยม ซึ่งแต่ละเล่มจะมีปริมาณและเนื้อหาไม่มากเท่าไหร่ ทำให้สามารถอ่านจบได้เร็ว ไม่ท้อ ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาง่ายๆ ทำให้เราเรียนรู้และสามารถเข้าใจกับ หลักการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วด้วย

    2. ให้เวลากับมัน

    ไม่ว่าคุณจะเรียนรู้ว่าอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องใช้ก็คือเวลาและความสม่ำเสมอ ถ้ามีเพียง 2 สิ่งนี้ คุณก็จะประสบความสำเร็จกับการเรียนรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง การอ่านภาษาอังกฤษให้บ่อย จะช่วยให้เราเข้าใจ ทั้งไวยากรณ์ แปลคำศัพท์ รวมถึงรูปประโยค ได้รวดเร็วขึ้น หนังสือเล่มหนึ่งอาจจะอาจไม่ถึง 4 5 รอบ แล้วคุณจะพบว่า เมื่ออ่านในรอบที่ 3-5 ขึ้นไป  จะมีสิ่งใหม่ๆที่คุณเข้าใจเพิ่มขึ้นอยู่ทุกรอบที่อ่าน คุณอาจจะจดจำรูปประโยคที่คุ้นเคย ทำให้เวลานำไปใช้ในวันข้างหน้า ก็จะสามารถนึกเป็นรูปประโยค พูดออกมาได้โดยง่าย

    3. คำไหนไม่รู้ให้ข้ามไป

    ตอนเด็ก เราอาจจะคุ้นชินกับการเรียนภาษาอังกฤษ แบบเปิด Dictionary  และจะต้องจดจำและเข้าใจความหมายของทุกคำ แต่จริงๆแล้ว วิธีการเรียนภาษาอังกฤษ ที่จะทำให้ได้ผลและไม่น่าเบื่อจนเกินไป ก็คือพยายามเดาคำศัพท์ จากรูปประโยค และพยายามเชื่อมโยงเนื้อเรื่อง

    จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับคนไทยเอง ในรายการทีวีครั้งหนึ่ง ผมได้ยินคำว่า “เอาล่ะ เชิญคุณ”ขิง”ได้เลย” คุณรู้จักคำว่า “ขิง” ไหม? ทุกคนย่อมไม่รู้จักคำว่าขิง ในความหมายที่เกินมากกว่าสมุนไพรที่เอาไว้ซดแก้กระหาย จริงไหมล่ะครับ แต่ด้วยรูปประโยคและวิธีการใช้ เราก็พอจะเดาได้ว่า คำว่า “ขิง” คงจะแปลว่า โม้ หรือคุยโว อะไรประมาณนี้อย่างแน่นอน

    ดังนั้นสำหรับการอ่านภาษาอังกฤษ เราเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจความหมายทุกคำ แต่เพียงแค่เดา จากรูปประโยค จากเนื้อเรื่อง จากนั้นเราก็จดคำศัพท์นั้น พร้อมกับความหมายที่เราเดาไว้ พออ่านจบทั้งหมดแล้ว ก็ค่อยไปเช็คความถูกต้องอีกทีนึง

    ซึ่งวิธีการเรียนภาษาอังกฤษแบบนี้ จะทำให้เราสามารถปรับใช้ได้กับทุกสถานการณ์ แม้จะเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้ แต่สกิลในการเดา ก็จะช่วยให้เราอ่านภาษาอังกฤษได้เข้าใจ

    4. นึกถึงเป้าหมายเอาไว้

    หลายคนอาจจะเรียนภาษาอังกฤษ โดยมีเป้าหมายว่า  อยากจะเก่ง อยากจะมีเงินเดือนเพิ่ม หรืออยากจะไปเที่ยวต่างประเทศ ทุกคนล้วนมีเป้าหมาย และทุกคนย่อมมีความท้อ ดังนั้นเวลาที่เราท้อ ก็พยายามให้นึกถึงเป้าหมายเอาไว้ให้มากๆ ซึ่งก็จะทำให้เรา สามารถศึกษาภาษาอังกฤษ ได้จนเก่ง อย่างที่คาดหวังไว้อย่างแน่นอน

  • เรียนภาษาจีน

    5 เทคนิค เรียนภาษาจีนให้ได้ผลดี

    เรียนภาษาจีนให้ได้ผล ลองดู 5 วิธีนี้สิ

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาษาจีน เป็นภาษาที่เริ่มมีความสำคัญ ทั้งในเรื่องของการติดต่อธุรกิจ การสั่งซื้อสินค้าเพื่อมาจำหน่าย ภาษาจีนเป็นภาษาที่มีคนใช้กันทั่วโลก นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น ถึงแม้อาจจะยังไม่ได้สำคัญเท่ากับภาษาอังกฤษ แต่ถ้าคุณจะเรียนรู้ภาษาที่ 3  เพิ่มแล้วนะก็ ภาษาจีนก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตัวหนึ่งเลย

    สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มหัดเรียนภาษาจีนอย่างไรให้ได้ผล เรามาดูเทคนิคต่างๆที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ดูนะครับ

    1. จดจำคำศัพท์ให้ได้เยอะที่สุด

    ไม่ว่าจะเรียนภาษาอะไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือการรู้จักคำศัพท์ ยิ่งถ้ารู้จักคำศัพท์และสามารถนำมาใช้งานได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เรียนภาษาจีนได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น เทคนิคการจดจำคำศัพท์ที่ดี และนิยมใช้กัน ก็คือการใช้ Flash Card  หรือชื่อภาษาไทยก็เรียกว่าบัตรคำ นั้นเอง โดยการฝึกจดจำคำศัพท์โดยใช้ Flash Card  จะช่วยให้สามารถจำคำศัพท์ได้เร็ว เทคนิคการใช้ Flash Card  น่าจะถูกใจกับเด็กๆ ที่เริ่มหัดเรียนภาษาต่างประเทศ เป็นพิเศษ

    2. จำเป็นรูปภาพ

    ภาษาจีนเป็นภาษาที่มีเส้นขีดเขียนเยอะแยะมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนที่เริ่มเรียนภาษาจีน เพราะเห็นตัวอักษรจีนแล้วก็มีแต่เส้นเต็มไปหมด จริงๆแล้วเทคนิคการเรียนภาษาจีน ที่มักจะถูกใช้กันมาโดยตลอด ก็คือการจดจำเป็นรูปภาพ ภาษาจีนแต่ละตัวจะมีรูปภาพ อยู่ในตัวของมันเอง ถ้าเราเรียนรู้ที่จะจดจำเป็นรูปภาพ ก็จะทำให้สามารถจดจำคำศัพท์ไปพร้อมๆกับความหมาย ซึ่งก็จะทำให้การจำคำศัพท์ภาษาจีนเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น

    3. หัดเขียนบ่อยๆ

    ไม่ว่าจะมีเทคนิคในการจำดีอย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีอะไร ที่ทำให้เราสามารถจดจำได้ดีไปกว่าการที่ลงมือปฏิบัติ การเขียนอักษรจีนบ่อยๆ จะช่วยทำให้เราสามารถจดจำคำศัพท์ภาษาจีนได้เร็วขึ้น สำหรับคนที่เริ่มเรียนภาษาจีน ก็อาจจะลองหาหนังสือคัดคำศัพท์ภาษาจีน ที่ปัจจุบันก็มีจำหน่ายกันอยู่มากมาย หรือจะโหลดจากทางอินเตอร์เน็ตแบบฟรีๆ ก็มีเพียบ ที่สำคัญคือพยายามฝึกฝนอย่างต่อเนื่องโดยสม่ำเสมอ รับรองว่าไม่เกิน 3 เดือน คุณก็จะรู้จักคำศัพท์พื้นฐาน เกือบทั้งหมดแล้ว

    4. หัดฟังภาษาจีน

    การเรียนภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน หรือภาษาต่างประเทศทั้งหมด สิ่งที่ทำให้การเรียนได้ผลนั้นก็คือการพยายามฟังบ่อยๆ คุณอาจจะเลือกเพลงจีน ที่คุณรู้สึกโปรดปราน ลองฟังและแกะความหมาย ว่าเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หรือบางคนก็จะใช้วิธี ฟังเพลงของเด็กๆ เพราะว่าจะเป็นคำศัพท์ที่ง่าย และก็จะทำให้เรารู้พื้นฐานการใช้ภาษาจีนเบื้องต้นได้ด้วย

    5. ฝึกออกเสียงให้เหมือนคนจีน

    ในการออกเสียงภาษาจีน ต้องอย่าไปนึกถึงคำไทยให้มากนัก คุณอาจจะลองหาคลิปสอนภาษาจีนตาม youtube  ซึ่งเขาจะสอนออกเสียง แล้วก็หัดพูดตามไปเรื่อย ๆ ซึ่งอันนี้ต้องบอกว่าความรู้ที่สอนฟรีๆกันทางอินเตอร์เน็ตนั้น ก็ไม่ใช่ไก่กาอะไรเลย เรียกว่าถ้าตั้งใจศึกษาดีๆ ก็จะสามารถเรียนรู้ภาษาจีนได้ดีไม่น้อยกว่าคนที่ไปเรียนพิเศษภาษาจีนเลย

    การเรียนรู้ภาษา สิ่งที่สำคัญก็คือการพยายามฝึกฝน อย่างต่อเนื่อง ให้เวลากับมันให้มากพอ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีโอกาสที่จะเป็นมือโปรด้านภาษาจีนแล้ว รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามกันดูนะครับ